การประเมินความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาห้องเรียนระดับบัณฑิตศึกษา คณะบริหารธุรกิจและ การบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Keywords:
ห้องเรียนระดับบัณฑิตศึกษา, สภาพแวดล้อมการเรียนรู้, SERVQUAL, การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้, การประเมินความต้องการจำเป็น, AACSBAbstract
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันห้องเรียนระดับบัณฑิตศึกษา 2) เพื่อวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) ระหว่างความคาดหวังและประสบการณ์จริงของผู้ใช้บริการ และจัดลำดับความต้องการจำเป็นต่อรูปแบบและองค์ประกอบของห้องเรียนระดับบัณฑิตศึกษา และ 3) เพื่อสังเคราะห์รูปแบบและองค์ประกอบของห้องเรียนระดับบัณฑิตศึกษาที่เหมาะสม และพัฒนาแผนการปรับปรุงห้องเรียนสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ได้แก่ 1) การสำรวจสภาพทางกายภาพของห้องเรียนระดับบัณฑิตศึกษา 4 ห้อง 2) แบบสอบถามจำนวน 27 ข้อ ซึ่งประยุกต์ใช้ SERVQUAL 5 มิติ และเพิ่มเติมองค์ประกอบเทคโนโลยีสนับสนุนในห้องเรียน ประชากรประกอบด้วยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 202 คน โดยนักศึกษา 30 คนที่เข้าร่วมการทดลองใช้เครื่องมือไม่นำมาเก็บข้อมูลซ้ำ จึงเชิญนักศึกษาที่เหลือ 172 คนเข้าร่วมการสำรวจ และได้รับแบบสอบถามสมบูรณ์ 57 ฉบับ 3) การสัมภาษณ์เชิงลึกโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากอาจารย์ประจำ อาจารย์พิเศษ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จำนวน 23 คน และ 4) การศึกษาคู่เทียบแนวปฏิบัติที่ดี (Benchmarking) จากสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านบริหารธุรกิจ 3 แห่ง เครื่องมือวิจัยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน โดยแบบสัมภาษณ์มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67 - 1.00 และแบบสอบถามมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00 ทุกข้อ ภายหลังปรับปรุงแบบสอบถาม ผู้วิจัยนำไปทดลองใช้กับนักศึกษา จำนวน 30 คน เพื่อตรวจสอบความเชื่อมั่น (Reliability) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ด้านความคาดหวังเท่ากับ 0.964 และด้านการรับรู้เท่ากับ 0.932 โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่าห้องเรียนระดับบัณฑิตศึกษาปัจจุบันมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานแต่มีข้อจำกัดสำคัญ คือ การจัดวางแบบบรรยาย (Classroom Style) ขาดความยืดหยุ่นและขาดเทคโนโลยีสนับสนุนระบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning Systems) รวมถึงจุดจ่ายไฟไม่เพียงพอ ผู้ใช้บริการมีความคาดหวังอยู่ในระดับมาก (Mean = 4.42, S.D. = 0.59) และการรับรู้ต่อประสบการณ์จริงอยู่ในระดับมาก (Mean = 4.19, S.D. = 0.61) สะท้อนว่าการรับรู้ต่อสภาพปัจจุบันยังต่ำกว่าความคาดหวังในทุกมิติ โดยมิติด้านสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ (Tangibles) มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงสุด (PNI Modified = 0.0981) และประเด็นจุดจ่ายไฟมีค่าสูงสุดในระดับรายข้อ (PNI Modified = 0.2097) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ช่องว่างสำคัญของห้องเรียนระดับบัณฑิตศึกษาไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนอุปกรณ์พื้นฐาน แต่เกิดจากความไม่สอดคล้องระหว่างโครงสร้างห้องเรียนแบบบรรยายแบบเดิมกับรูปแบบการเรียนรู้ระดับบัณฑิตศึกษาที่ต้องการความยืดหยุ่น การเชื่อมต่อดิจิทัล และการมีปฏิสัมพันธ์สูง ผลการสังเคราะห์นำสู่แนวทางการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่ 1) พื้นที่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น 2) ห้องเรียนอัจฉริยะและระบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน 3) โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี 4) พื้นที่สนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียน และ 5) ระบบบริหารจัดการห้องเรียน พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการ 3 ระยะ เป็นสารสนเทศประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารในการยกระดับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้สอดรับกับมาตรฐาน AACSB
Downloads
References
กัลยา สร้อยสิงห์. (2558). ความคาดหวังและการรับรู้ต่อความพึงพอใจในคุณภาพการบริการของผู้ใช้บริการโรงแรมในเขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: วิทยาลัยดุสิตธานี.
คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (2569). สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้. สืบค้นจาก https://www.cmubs.cmu.ac.th/student-support/facility
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2558). Annual report 2015. สืบค้นจาก https://www.tbs.tu.ac.th/en/annual-report
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9 ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ภูชิศ สถิตพงษ์. (2559). ห้องเรียนอัจฉริยะ: นวัตกรรมการศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 8(3), 237-254.
รังสินี ศิริวรารักษ์ และ อมรวรรณ รังกูล. (2565). แนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริการลูกค้าของ ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาร้อยเอ็ด. วารสารการเรียนรู้เชิงพัฒนา, 7(1), 314-331.
วีซานา อับดุลเลาะ และ วุฒิชัย เนียมเทศ. (2563). การจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21: แนวคิด ทฤษฎี และแนวทางปฏิบัติ. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(2), 227-240.
สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2567). Smart classroom and digital learning hub. สืบค้นจาก https://www.sasin.edu
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2567). การติดตามและประเมินผลการจัดการเรียนการสอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21. สืบค้นจาก https://www.onec.go.th/th.php/book/BookView/2103
สโรชา กาวี. (2560). การประเมินความต้องการจำเป็นในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการชั้นเรียนในศตวรรษที่ 21 สำหรับ ครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. [วิทยนิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น]
AACSB. (2023). 2023 eligibility procedures and accreditation standards for business accreditation. Florida: Association to Advance Collegiate Schools of Business.
Beichner, R. J. (2014). History and evolution of active learning spaces. New Directions for Teaching and Learning, 2014(137), 9-16.
Brooks, D. C. (2012). Space and consequences: The impact of different formal learning spaces on instructor and student behavior. Journal of Learning Spaces, 1(2), 285.
Davis, F. D. (1989). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information technology. MIS Quarterly, 13(3), 319-340.
Garrison, D. R., & Vaughan, N. D. (2008). Blended learning in higher education: Framework, principles, and guidelines. New Jersey: John Wiley & Sons.
Knowles, M. S., Holton, E. F. III., & Swanson, R. A. (2015). The adult learner: The definitive classic in adult education and human resource development (8th ed.). Routledge.
Nunnally, J. C., & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric theory (3rd ed.). Columbus: McGraw-Hill.
Oliver, R. L. (1980). A cognitive model of the antecedents and consequences of satisfaction decisions. Journal of Marketing Research, 17(4), 460-469.
Parasuraman, A., Zeithaml, V. A., & Berry, L. L. (1988). SERVQUAL: A multiple-item scale for measuring consumer perceptions of service quality. Journal of Retailing, 64(1), 12-40.
Partnership for 21st Century Learning. (2019). Framework for 21st century learning definitions. Retrieved from http://static.battelleforkids.org/documents/p21/P21_Framework_DefinitionsBFK.pdf
Romyanond, B. (2015). Design for self-directed learning spaces in university: Case study at Thammasat University, Rangsit, Thailand. Journal of Architectural/Planning Research and Studies, 12(1), 15-28.
Steelcase. (2014). Active learning spaces. Retrieved from https://www.steelcase.com/research/articles/topics/education/active-learning-spaces