การศึกษาประสิทธิภาพของวิธีการเก็บรักษาสารสกัดจากดอกชบาเพื่อใช้เป็นอินดิเคเตอร์ ธรรมชาติในการไทเทรตกรดแก่-เบสแก่

Authors

  • วนิดา นิลโสม ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
  • ธัญกมล ปัททุมมี ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Keywords:

สารสกัดดอกชบาแดง, อินดิเคเตอร์ธรรมชาติ, การทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง, การไทเทรตกรดแก่-เบสแก่, อายุการเก็บรักษา

Abstract

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิธีการเก็บรักษาสารสกัดจากดอกชบาแดง (Hibiscus Rosa-sinensis Linn.) ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ สารสกัดเหลวเริ่มต้น (Initial Extract Liquid) สารสกัดเข้มข้นจากการระเหย (Concentrated Extract Liquid) และสารสกัดผงแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze-Dried Extract Powder) เพื่อใช้เป็นอินดิเคเตอร์ธรรมชาติทดแทนสารสังเคราะห์ในปฏิกิริยาไทเทรตกรดแก่-เบสแก่ โดยพิจารณาความเสถียรของสี ความแม่นยำในการระบุจุดยุติ อายุการเก็บรักษาและความคุ้มค่าเชิงต้นทุน สารสกัดดอกชบาแดงทั้ง 3 รูปแบบถูกนำมาศึกษาการเปลี่ยนแปลงสีในช่วง pH 1 - 12 และประเมินอายุการเก็บรักษา จากนั้นนำไปใช้เป็นอินดิเคเตอร์ในการไทเทรตกรดแก่-เบสแก่ เปรียบเทียบกับอินดิเคเตอร์มาตรฐาน โดยพิจารณาค่าปริมาตรที่จุดยุติ ความสามารถในการทำซ้ำและต้นทุนการผลิต ผลการศึกษาพบว่า สารสกัดผงแห้งแบบแช่เยือกแข็งมีประสิทธิภาพสูงที่สุด สามารถเก็บรักษาได้อย่างน้อย 11 เดือน ขณะที่สารสกัดเหลวเริ่มต้นมีอายุการเก็บรักษาประมาณ 1 สัปดาห์ สารสกัดดอกชบาแดงแสดงการเปลี่ยนสีชัดเจนในช่วง pH 5 - 8 ซึ่งเหมาะสมต่อการระบุจุดสมมูลของการไทเทรตกรดแก่-เบสแก่ นอกจากนี้สารสกัดผงแห้งแบบแช่เยือกแข็งยังให้ค่าปริมาตรจุดยุติ (10.82 ± 0.25 mL) และมีค่า %RSD ต่ำ แสดงถึงความแม่นยำและความสามารถในการทำซ้ำเทียบเคียงอินดิเคเตอร์มาตรฐาน อีกทั้งยังมีต้นทุนต่ำกว่าฟีนอล์ฟทาลีนร้อยละ 50 และต่ำกว่าบรอมไทมอลบลูร้อยละ 67.8 สรุปได้ว่า สารสกัดดอกชบาแดงผงแห้งแบบแช่เยือกแข็งมีศักยภาพในการเป็นอินดิเคเตอร์ธรรมชาติทดแทนสารสังเคราะห์ ช่วยลดการใช้สารเคมีอันตราย ลดต้นทุน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติตามแนวทางวิทยาศาสตร์เพื่อความยั่งยืน

Downloads

Download data is not yet available.

References

ทรงศิริ วงศ์จิตตภิญโญ, ชนิตา โชติรสเวคิน, และ ศศิธร ตรงจิตภักดี. (2552). ผลของชนิดตัวทำละลายที่ใช้สกัดต่อปริมาณสารประกอบฟีนอลลิกทั้งหมด ฟลาโวนอยด์ทั้งหมด แอนโธไซยานินทั้งหมด และสมบัติการต้านอนุมูลอิสระของเปลือกและเมล็ดองุ่น (น. 760-767). ใน การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 47. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2568). หนังสือปฏิบัติการเคมีทั่วไป 2 [เอกสารประกอบการสอน]. กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Bakker, J., & Timberlake, C. F. (1985). The distribution and content of anthocyanins in young port wines as determined by high performance liquid chromatography. Journal of the Science of Food and Agriculture, 36(12), 1325-1333.

Cacace, J. E., & Mazza, G. (2002). Extraction of anthocyanins and other phenolics from black currants with sulfured water. Journal of Agricultural and Food Chemistry, 50(21), 5939-5946. https://doi.org/10.1021/jf025614x

Chaovanalikit, A., & Wrolstad, R. E. (2004). Total anthocyanins and total phenolics of fresh and processed cherries and their antioxidant properties. Journal of Food Science, 69(1), FCT67-FCT72. https://doi.org/10.1111/j.1365-2621.2004.tb17858.x

Donner, H., Gao, L., & Mazza, G. (1997). Separation and characterization of simple and malonylated anthocyanins in red onions, Allium cepa L. Food Research International, 30(8), 637-643. https://doi.org/10.1016/S0963-9969(98)00011-8

Gradinaru, G., Biliaderis, C. G., Kallithraka, S., Kefalas, P., & Garcia-Viguera, C. (2003). Thermal stability of Hibiscus sabdariffa L. anthocyanins in solution and in solid state: Effects of copigmentation and glass transition. Food Chemistry, 83(3), 423-436. https://doi.org/10.1016/S0308-8146(03)00125-0

Kähkönen, M. P., Hopia, A. I., & Heinonen, M. (2001). Berry phenolics and their antioxidant activity. Journal of Agricultural and Food Chemistry, 49(8), 4076-4082. https://doi.org/10.1021/jf010152t

Metivier, R. P., Francis, F. J., & Clydesdale, F. M. (1980). Solvent extraction of anthocyanins from wine pomace. Journal of Food Science, 45(4), 1099-1100. https://doi.org/10.1111/j.1365-2621.1980.tb07534.x

Revilla, E., Ryan, J.-M., & Martin-Ortega, G. (1998). Comparison of several procedures used for the extraction of anthocyanins from red grapes. Journal of Agricultural and Food Chemistry, 46(11), 4592-4597. https://doi.org/10.1021/jf9804692

Rodriguez-Saona, L. E., & Wrolstad, R. E. (2001). Extraction, isolation, and purification of anthocyanins. Current Protocols in Food Analytical Chemistry, 00(1), F1.1.1-F1.1.11. https://doi.org/10.1002/0471142913.faf0101s00

Downloads

Published

2026-08-30

How to Cite

นิลโสม ว., & ปัททุมมี ธ. (2026). การศึกษาประสิทธิภาพของวิธีการเก็บรักษาสารสกัดจากดอกชบาเพื่อใช้เป็นอินดิเคเตอร์ ธรรมชาติในการไทเทรตกรดแก่-เบสแก่. Multidisciplinary Digital Procedia, 2(03), P202. Retrieved from https://conference.afirstshare.com/index.php/MDP/article/view/174

Similar Articles

1 2 3 4 5 6 7 8 9 > >> 

You may also start an advanced similarity search for this article.