การพัฒนาระบบการจัดการของเสียในห้องปฏิบัติการ กรณีศึกษา ห้องปฏิบัติการภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Keywords:
ของเสียอันตราย, มาตรฐาน ESPReL, การลดของเสีย ณ แหล่งกำเนิด, เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความปลอดภัยAbstract
การจัดการของเสียอันตรายจากสารเคมีในห้องปฏิบัติการเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารจัดการความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถาบันการศึกษา เนื่องจากของเสียที่เกิดจากการเรียนการสอนและงานวิจัยอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม หากไม่มีระบบการจัดการที่เหมาะสม งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการของเสียอันตรายจากสารเคมีของห้องปฏิบัติการภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัยในประเทศไทย (ESPReL) พร้อมทั้งลดปริมาณของเสียอันตราย ค่าใช้จ่ายในการส่งกำจัด และความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การวิจัยดำเนินการโดยศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลการจัดการของเสียอันตรายจากสารเคมีในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2568 ครอบคลุมกระบวนการคัดแยก การบันทึกข้อมูล การจัดเก็บ การบำบัด และการส่งกำจัดของเสีย โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่าน Google Forms เพื่อเป็นเครื่องมือในการประเมินความรู้ด้านการจัดการของเสียและการประเมินความเสี่ยงในห้องปฏิบัติการ รวมถึงใช้ระบบ Pre-Post Waste Analysis เพื่อควบคุมการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง ข้อมูลถูกวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และสถิติเชิงอนุมาน ผลการวิจัยพบว่า ปริมาณของเสียอันตรายจากสารเคมีมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณสูงสุดเท่ากับ 1,313 ลิตร ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และลดลงสู่ระดับที่สามารถควบคุมได้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ของเสียประเภทกรดและเบส (L01 และ L02) ลดลงอย่างชัดเจนจากการนำระบบบำบัดเบื้องต้นภายในภาควิชามาใช้ ผลการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยตามเกณฑ์ ESPReL แสดงให้เห็นว่าห้องปฏิบัติการสามารถผ่านการประเมินทุกองค์ประกอบในระดับมากกว่าร้อยละ 90 และผ่านเกณฑ์เต็มร้อยใน 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ระบบการจัดการสารเคมี, ระบบการจัดการของเสีย, ลักษณะทางกายภาพของห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์และเครื่องมือ และการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการส่งกำจัดของเสียอันตรายภายนอกลดลงจากปีงบประมาณ 2561 จากยอดรวมค่าใช้จ่ายประมาณ 44,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบในปีงบประมาณปี 2568 เหลือ 8,000 บาท คิดเป็นการลดลงร้อยละ 81.81 และการประเมินความรู้ของผู้ใช้งานห้องปฏิบัติการถูกวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงอนุมาน พบว่า มีค่า p-value อยู่ที่ 0.033 ซึ่งมีค่าน้อยกว่าระดับนัยสำคัญที่ได้กำหนดไว้ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาระบบบริหารจัดการของเสียอันตรายร่วมกับการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยและการควบคุมการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง สามารถลดปริมาณของเสียอันตราย ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัด และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
Downloads
References
กาญจณา ขันทกะพันธ์. (2568). การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการเคมีวิเคราะห์สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตามมาตรฐาน ESPReL. วารสารวิชาการ ปขมท., 14(2), e2056.
โครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัยในประเทศไทย. (2555). ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตรายจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (คู่มือการประเมินความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ). กรุงเทพฯ: สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ.
ชลธร กินแก้ว. (2562). วิเคราะห์ระบบการจัดการของเสียสารเคมี ห้องปฏิบัติการทดลองและวิจัยเพื่อความมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (งานวิเคราะห์). เชียงใหม่: คลังสารสนเทศดิจิทัลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ปณิชา ชุติชัยจรัส. (2568). การประยุกต์ใช้ Google Form สำหรับช่วยวัดผลและประเมินความรู้ความเข้าใจในการจัดการของเสีย กรณีศึกษา ห้องปฏิบัติการภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (น. O205). ใน วิชาการวิจัยระดับชาติสำหรับบุคลากร สายสนับสนุนวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา ครั้งที่ 18 “ทองกวาววิชาการ 2569”. เชียงใหม่: สำนักบริการวิชาการ (UNISERV) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่.
ศูนย์การจัดการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และชีวอนามัย (EESH). (ม.ป.ป.). คู่มือการจัดการสารเคมีและของเสียอันตรายในห้องปฏิบัติการ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.).
ศูนย์การจัดการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และชีวอนามัย (EESH). (ม.ป.ป.). แนวทางการปฏิบัติการจัดการของเสียสารเคมีและของเสียอันตรายในห้องปฏิบัติการ (Vol.1). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.).
สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ. (ม.ป.ป.). แนวทางการจัดการของเสียอันตราย (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ.
Quick ERP Thailand. (2566). Digital Platform คืออะไร สำคัญอย่างไรต่อการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน. สืบค้นจาก https://quickerpthailand.com/blog-what-is-digital-platform
Rosalba B. (2012). Green lab: A strategic design framework to develop sustainable research laboratories. In Proceedings of the 11th International Conference on Sustainable Energy Technologies (SET-2012). Vancouver, Canada: World Society of Sustainable Energy Technologies (WSSET).
Sayed, A. A. S., Mohammad, N. K., Rohullah, F., & Rahim, E. (2025). Laboratory waste management: Challenges and sustainable solutions. International Journal of Arts and Social Science, 8(9), 1-8.