การนำระบบจดจำใบหน้า มาใช้แทนการลงลายมือชื่อเข้าออกงานของบุคลากรสายสนับสนุน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
Keywords:
ระบบจดจำใบหน้า, การลงลายมือชื่อเข้าออกงาน, การลดภาระงานAbstract
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและนำระบบจดจำใบหน้ามาใช้แทนการลงลายมือชื่อเข้าออกงานของบุคลากร สายสนับสนุน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของระบบดังกล่าวกับวิธีการดั้งเดิม เนื่องจากกระบวนการบันทึกเวลาเข้าออกงาน แบบดั้งเดิมยังคงใช้วิธีการลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มกระดาษ ซึ่งมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ความซ้ำซ้อนของขั้นตอน ใช้ระยะเวลานาน เกิดข้อผิดพลาดจากบุคคล มีความเสี่ยงต่อการปลอมแปลงข้อมูล ยุ่งยากในการสืบค้นข้อมูลในอดีต และไม่สอดคล้องกับแนวทางดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของมหาวิทยาลัย การวิจัยดำเนินการโดยใช้เครื่องบันทึกเวลาด้วยระบบจดจำใบหน้า บันทึกเวลาปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 56 คน เก็บรวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบเป็นระยะเวลาสี่เดือน เพื่อประเมินผลการทำงาน ปรากฏว่า ระบบจดจำใบหน้าสามารถลดขั้นตอนการทำงาน ลดเวลาการบันทึกข้อมูลของบุคลากร และลดระยะเวลาการจัดการข้อมูลของเจ้าหน้าที่ได้จริง นอกจากนี้ ระบบยังช่วยเพิ่มความถูกต้องแม่นยำในการระบุตัวบุคคล ลดความเสี่ยงจากการปลอมแปลงข้อมูล และลดภาระงานด้านเอกสารได้อย่างเห็นได้ชัดซึ่งการวิจัยพบว่า ระบบจดจำใบหน้าสามารถลดขั้นตอนการทำงานลงได้ร้อยละ 50 - 60 (จาก 6 ขั้นตอนเหลือ 2 ขั้นตอน) และลดระยะเวลาในการบริหารจัดการข้อมูลของเจ้าหน้าที่ลงร้อยละ 66.67 โดยบุคลากรใช้เวลาสแกนใบหน้าเฉลี่ยเพียง 3 - 5 วินาทีต่อคน นอกจากนี้ ผลการประเมินประสิทธิภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารจำนวน 10 ท่าน พบว่าระบบได้รับคะแนนประเมินเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 88.60 ซึ่งอยู่ในระดับดีเยี่ยม โดยผลการวิจัยครั้งนี้ช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นดิจิทัล สามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบเพื่อขยายผลไปยังหน่วยงานอื่น และต่อยอดในการพัฒนาการปฏิบัติงานต่อไป
Downloads
References
จิราพร สุขเกษม. (2564). การประยุกต์ใช้ระบบจดจำใบหน้าในงานบริหารบุคลากร. วารสารวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี, 15(2), 45-56.
ประเสริฐ ศักดิ์เจริญวัฒนา. (2566). ความท้าทายทางกฎหมายและธรรมาภิบาลข้อมูลในการนำเทคโนโลยีอัตลักษณ์บุคคลมาใช้ในหน่วยงานภาครัฐ. วารสารวิชาการนวัตกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์, 4(1), 88-102.
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562. (27 พฤษภาคม 2562). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 136 ตอนที่ 69 ก, หน้า 20-52.
ศิริพร รัตนาภรณ์. (2563). การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการบันทึกเวลาเข้า-ออกงานระหว่างวิธีการลงลายมือชื่อและระบบดิจิทัล. วารสารบริหารการจัดการ, 12(1), 22-34.
สมศักดิ์ พรหมดี, อัญชลี นามวงศ์, และ นิติพงษ์ ส่งเสริม. (2565). การยอมรับเทคโนโลยีระบบลงเวลาปฏิบัติงานด้วยการจดจำใบหน้าของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยในยุคดิจิทัล. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสารสนเทศ, 8(2), 115-128.
อะดาว น้องวี. (2564). การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า เพื่อบันทึกเวลาเข้าออกของพนักงาน (วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
Abate, A. F., Nappi, M., Riccio, D., & Sabatino, G. (2007). 2D and 3D face recognition: A survey. Pattern Recognition Letters, 28(14), 1885-1906.
Imai, M. (1986). Kaizen: The key to Japan’s competitive success. New York: McGraw-Hill.
Smith, J., & Jones, M. (2022). Data privacy and biometric security in digital university transformation. Journal of Educational Technology & Society, 25(3), 45-59.
Theeramunkong, T., & Kijsirikul, B. (2019). Face recognition technology and applications in Thailand. In Proceedings of the International Conference on Information Technology and Electrical Engineering. Bangkok, Thailland: The Berkeley Hotel Pratunam.
Zhang, K., Zhang, Z., Li, Z., & Qiao, Y. (2016). Joint face detection and alignment using multitask cascaded convolutional networks. IEEE Signal Processing Letters, 23(10), 1499-1503.